เครือข่ายข้อมูลเพื่อการเรียนการสอนภาษาจีน



สาระการเรียนการสอนภาษาจีน

六書 Liùshū  หลักการประดิษฐ์ตัวอักษรจีน

ความหมายของลิ่วซูคือหลักการประดิษฐ์ตัวอักษรจีน 6 วิธี  หลักทั้ง 6 วิธีนี้ไม่ได้กำหนดขึ้นมาเพื่อเป็นบรรทัดฐานสำหรับการประดิษฐ์อักษรตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม  หลังจากที่อักษรจีนมีการพัฒนาสั่งสมเรื่อยมาจนเป็นตัวอักษรที่มีระบบ  จึงมีการวิเคราะห์และรวบรวมวิธีการประดิษฐ์อักษรจีนแบบต่างๆไว้  หลังจากนั้นเมื่อมีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาใช้ใหม่  ชาวจีนก็นิยมใช้หลักการประดิษฐ์อักษรทั้ง 6 วิธีนี้

象形                形聲

指事               
假借

會意
                轉注


(xiàngxíng - เซี่ยงสิง)

วิธีการประดิษฐ์ตัวอักษรแบบเซี่ยงสิงเป็นพื้นฐานของการสร้างอักษรจีนทุกรูปแบบ  อักษรแบบนี้เป็นอักษรที่พัฒนามาจากภาพวาด  เกิดจากการที่ชาวจีนวาดภาพเพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวัน  ดังนั้นตัวอักษรส่วนใหญ่จึงเป็นอักษรที่แสดงความหมายเกี่ยวกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติรอบๆตัว

ตัวอย่างเช่นรูปต้นไม้      พัฒนามาเป็นอักษร 木 ในปัจจุบัน

 

指事 (
zhǐshì - จื่อซื่อ)

เนื่องจากอักษรเซี่ยงสิงเกิดขึ้นจากการวาดภาพสิ่งต่างๆที่ปรากฏอยู่รอบๆตัว  ดังนั้นจึงมีข้อจำกัดในการสร้างคำศัพท์ใหม่ๆขึ้น  เนื่องจากอักษรเซี่ยงสิงไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่เป็นนามธรรมได้  ดังนั้นชาวจีนจึงพัฒนาการประดิษฐ์อักษรแบบจื่อซื่อขึ้นเพื่อสร้างตัวอักษรที่ใช้สื่อความหมายถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม  วิธีการหลักๆแบ่งเป็น 2 วิธี  ดังนี้

 - การสร้างภาพสัญลักษณ์ เช่นคำว่า 上(ข้างบน)下(ข้างล่าง)
 - การนำอักษรที่มีอยู่เดิมมาเพิ่มเติมสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อแสดงความหมายใหม่

 

會意 (
huì - หุ้ยอี้)

การประดิษฐ์อักษรแบบหุ้ยอี้คือการนำอักษรที่มีอยู่เดิมตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมาผสมกันเป็นอักษรตัวใหม่  รวมทั้งนำความหมายของอักษรทั้งหมดมารวมกันเป็นความหมายใหม่

เช่นคำว่า    (林) เกิดจากการนำอักษรสองตัวมารวมกันเพื่อแสดงความหมายใหม่  แปลว่า “ป่า”

 

形聲 (
xíngshēng - สิงเซิง)

การประดิษฐ์อักษรแบบสิงเซิงคือการนำหมวดคำที่แสดงเสียงมารวมกับหมวดคำที่แสดงความหมาย  โดยอักษรที่ได้จะมีเสียงอ่านใกล้เคียงกับหมวดคำแสดงเสียง  และมีความหมายใกล้เคียงกับหมวดคำแสดงความหมาย  การประดิษฐ์อักษรด้วยวิธีนี้เป็นวิธีการที่สะดวกที่สุดเนื่องจากสามารถทำให้ตัวอักษรแสดงทั้งความหมายและเสียงอ่านที่ใกล้เคียงได้  ดังนั้นอักษรจีนที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยวิธีการนี้จึงมีมากที่สุด



假借 (
jiǎjiè - เจี่ยเจี้ย)

มีคำศัพท์จำนวนหนึ่งที่มีเสียงอ่าน  แต่ยังไม่มีการประดิษฐ์อักษรขึ้นมาใช้  เมื่อจำเป็นต้องมีการบันทึกคำศัพท์เหล่านี้  ชาวจีนจึงนำอักษรที่มีเสียงอ่านเหมือนกันซึ่งมีอยู่แต่เดิมมาใช้แทนคำศัพท์นั้นๆ

ตัวอย่างเช่นคำว่า“自”()   ความหมายเดิมพัฒนามาจากภาพวาดแปลว่าจมูก  ต่อมาชาวจีนนำอักษรตัวนี้มาใช้แทนคำศัพท์ที่มีความหมายว่า “ตัวเอง” (自己)(zìjǐ)



轉注 (
zhuǎnzhù - จ่วนจู้)

อักษรสองตัวที่มีหมวดคำเดียวกัน  และยังมีเสียงอ่านใกล้เคียงกัน  สามารถนำอักษรทั้งสองมาอธิบายความหมายซึ่งกันและกันได้  อักษรทั้งคู่จัดเป็นอักษรแบบจ่วนจู้

ตัวอย่างเช่นคำว่า “老”และ“考”มีหมวดคำเดียวกัน  อีกทั้งเสียงอ่านก็ใกล้เคียงกัน (kăo, lăo) ดังนั้นอักษรทั้งสองจึงสามารถอธิบายความหมายซึ่งกันและกันได้ (คำว่า “考” ในอดีตหมายถึงบิดาที่เสียชีวิต)





Master of Arts in Chinese as a foreign language
Chinese Section, Department of Eastern Languages, Faculty of Arts
CHULALONGKORN UNIVERSITY
wueichih@yahoo.com